คำเตือน โหลดโหด

วันนี้ (วันพุธที่ ๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๒)

ได้ไปพระราชวังบางปะอินล่ะ....เคยไปครั้งแรกก็ตอนเด็กๆนู่น

เด็กไปเที่ยวเหมือนทัศนศึกษา แต่คราวนี้ไปทำงาน

วิชาดรออิ้ง อ. ให้วาดแลนสเคปแถวๆพระราชวัง (ก็คือในวังไม่ก็แถวๆวัด)

เนื่องด้วยไม่อยากวาดวัด เปรี้ยว... เลยอยากไปวาดในวัง

(จริงๆอยากเข้าไปชมบรรยากาศด้วยล่ะ.....ชอบสิ่งก่อสร้างแบบนี้)

พระราชวังบางปะอิน เสียค่าเข้าชม ๓๐ บาท (สำหรับบุคคลทั่วไป)

๒๐ บาท สำหรับ นักเรียน นิสิต นักศึกษา

๑๐๐ บาท สำหรับชาวต่างชาติ

(วันนี้ใส่ชุดไปรเวทไป แต่ก็เสีย ๒๐ ล่ะ เหมือน พนง. เขาทราบ)

รับตั๋วแล้วก็โบชัวร์แนะนำพระราชวัง

ให้นายตั๋วตรวจตั๋ว แล้วก็เดินอ้อมเข้าไปข้างในเพื่อเข้าที่ตรวจอาวุธอะไรซักอย่าง

แล้วค่อยเข้าวังได้

(ข้างในมีพวกร้านกาแฟ ไอติม น้ำขายด้วย รวมถึงฮาเก้นดาส)

พอเดินเข้าไปด้านในบรรยากาศร่มรื่นมาก....แต่ 

ร้อน

(คือต้นไม้เยอะนะ แต่แดดแรง)

ก่อนจะชมภาพที่เก็บมาฝาก (ซึ่งมีไม่เยอะนะ อย่าหวังมากมาย ฮา)

ขอเล่าประวัติความเป็นมาก่อนนะ... (พิมพ์ตามที่โบชัวร์เขียนไว้)

  พระราชวังบางปะอินมีประวัติตามพระราชพงศาวดารในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าปราสาททอง(หรือพระศรีสรรเพ็ชญ์ที่ ๕) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นบนเกาะบ้านเลนในลำแม่น้ำเจ้าพระยา

  ตามพระราชพงศาวดารกล่าวไว้ว่า พระเจ้าปราสาททองเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระเอกาทศรถประสูติแต่หญิงชาวบ้าน ซึ่งพระองค์ทรงพบเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งแล้วเกิดล่มลงตรงเกาะบางปะอิน เมื่อพระเจ้าปราสาทองขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ.๒๑๗๓ แล้วต่อมาในปี พ.ศ.๒๑๗๕ จังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดขึ้นบนเกาะบางปะอิน ตรงบริเวณเคหสถานเดิมของพระมารดา พระราชทานชื่อว่า "วัดชุมพลนิกายาราม" และให้ขุดสระน้ำสร้างพระราชนิเวศน์สถานขึ้นกลางเกาะ เป็นที่สำหรับเสด็จประพาส แล้วสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งขึ้นริมสระน้ำนั้น พระราชทานนามว่า "พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์" พระราชวังแห่งนี้คงที่ประพาสสำราญพระราชหฤทัยของพระเจ้าแผ่นดินในสมัยกรุงศรีอยุธยาตลอดมา และคงรกร้างทรุดโทรมไปแต่ครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ.๒๓๑๐ เป็นต้นมา

  พระราชวังบางปะอินได้รับการบูรณะฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งสำหรับเป็นที่ประทับ มีเรือนแถวสำหรับฝ่ายในและมีพลับพลาริมน้ำ เป็นต้น ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระองค์ทรงโปรดที่จะเสด็จประพาสพระราชวังบางปะอินอยู่เสมอ ด้วมทรงปรารภว่าเป็นเกาะกลางน้ำเงียบสงบ ร่มรื่น และเคยเป็นที่ประทับประพาสของสมเด็จพระบรมชนกนาถมาก่อน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่างๆขึ้น ดังที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งยังคงใช้เป็นที่ประทับที่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะ และพระราชทานเลี้ยงรับรองในโอกาสต่างๆ เป็นครั้งคราว

 

สรุปก็คือ...สิ่งก่อสร้างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันนั้น ร.๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นมานั่นเอง

วันนี้ต้องวาดแลนสเคป ไปถึงพระราชวังตอนประมาณบ่ายๆ

กว่าจะวาดเสร็จก็บ่าย ๓ กว่าๆ แล้วจึงค่อยมาชักภาพ (ใช้คำโบราณมากฉัน... ชักภาพ = ถ่ายภาพ)

ภาพที่จะได้ชมต่อไปนี้ ผ่านการแต่งรูปมาแล้ว (พวกแสงอ่ะนะ)

เนื่องจาก ถ่ายด้วยกล้องมือถือ แล้วค่อยมาปรับในคอม....

สิ่งก่อสร้างอาจจะถ่ายมาไม่หมดนะ....เนื่องจากทำเวลา+แบตใกล้หมด

เริ่มกันเลยดีกว่า...

ทางเข้า (มีรถไฟฟ้าให้เช่าด้วย) ข้างในมีฮาเก้นดาสด้วย คุณพระ

ต่อด้วยวิวแถบทางเดิน

 

เอาล่ะตอนนี้เราก็อยู่ในเขตพระราชวังกันแล้ว

ส่วนที่เราอยู่ตอนนี้คือเขตพระราชฐานชั้นนอก

พระราชวังบางปะอินนั้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ เขตพระราชฐานชั้นในและชั้นนอก

เขตพระราชฐานชั้นนอกประกอบด้วยพระที่นั่ง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเข้าอยู่หัว ทรงใช้สำหรับการออกมหาสมาคมและพระราชพิธีต่างๆ

และที่จะชมต่อไปนี้คือ หอเหมมณเฑียรเทวราช (ศาลพระเจ้าปราสาททอง)

เป็นปรางค์ศิลายอดทรงปราสาทแบบขอม ร.๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๒๓ เพื่อทรงอุทิศถวายแด่พระเจ้าปราสาททอง

ต่อมาคือ สภาคารราชประยูร

เป็นตึกสองชั้นริมน้ำสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๙ เป็นที่ประทับของเจ้านายฝ่ายหน้าและข้าราชบริพาร ปัจจุบันใช้เป็นอาคารนิทรรศการของพระราชวังบางปะอิน

อาคารนี้ตั้งอยู่อยู่ริมน้ำ ตรงข้าม เยื้องๆกับศาลพระเจ้าปราสาททอง....

ต่อด้วยรูปวิวทางเดินที่จะไปชมพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์กับพระที่นั่งวโรภาษพิมาน

นี่คือกระโจมแตร....แนวๆศาลาริมน้ำ

พระที่นั่งวโรภาษพิมาน

เป็นพระที่นั่งชั่นเดียว ร.๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๙ ตรงบริเวณที่ประทับเดิมของ ร.๔ตอนแรกสร้างเป็นตึก ๒ ชั้น ต่อมาได้ดัดแปลงเป็นชั้นเดียว ใช้เป็นที่ประทับและมีท้องพระโรงเสด็จออกว่าราชการภายในห้องโถงรับรองและห้องทรงพระสำราญ ประดับภาพเขียนสีน้ำมัน ภาพพระราชพงศาวดารประกอบโคลวงบรรยายภาพ เป็นภาพเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย และฉากต่างๆจากวรรณคดีไทยหลายเรื่อง ซึ่ง ร.๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ภาพวาดเหล่านี้ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๐ พระที่นั่งองค์นี้เคยได้ใช้เป็นที่ประทับเมื่อมีการเสด็จแปรพระราชฐานยังพระราชวังบางปะอิน

ถ่ายแต่ตัวอาคารนะ....ข้างในไม่ได้เข้าไป

(แอบเห็นพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์)

พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์...

เป็นพระที่นั่งปราสาทโถงกลางสระน้ำ สร้างในแบบปราสาทจตุรมุข ร.๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จำลองแบบมาจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๙ และพระราชทานนามว่า พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ตามนามพระที่นั่งองค์แรก ซึ่งพระเจ้าปราสาททองทรงพระกรุณาโปรดเกล้ฯ ให้สร้างขึ้นที่พระราชวังบางปะอินแห่งนี้ ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปหล่อสัมฤทธิ์ของ ร.๕ ในฉลองพระองค์เต็มยศจอมพลทหารบก ซึ่ง ร.๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้น

(เป็นพระที่นั่งกลางน้ำจริงๆ....ต้องพายเรือไป)

ต่อไปนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในกันแล้ว....

รูปทางเดิน....

เขตพระราชฐานชั้นใน

เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสี พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน และข้าบาทบริจาริกา

เขตชั้นในต่อกับชั้นนอกด้วยสะพานลักษณะพิเศษ คือ มีแนวฉากกั้นคล้ายบานเกล็ดกั้นกลางตลอดแนวสะพานเพื่อแบ่งเป็นทางเดินของฝ่ายหน้าด้านหนึ่งและฝ่ายในอีกด้านหนึ่ง ซึ่งฝ่ายในสามารถมองลอดออกมาโดยตัวเองไม่ถูกมองเห็น สะพานนี้เชื่อมจกาพระที่นั่งวโรภาษพิมานกับประตูเทวราชครรไล ซึ่งเป็นประตูทางเข้าเขตพระราชฐานชั้นใน

อันนี้ภาพประตูเทวราชครรไล (เดินข้างไปข้างใน มีร้านกาแฟด้วย...)

ระหว่างทางเดินก็เจอกับ

ประตูกั้นอะไรซักอย่าง....

ต่อกันเลยดีกว่า...

พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร (ไม่เปิดให้เข้าชมด้านใน)

เป็นพระที่นั่งเรือนไม้สองชั้นแบบชาเลต์ของสวิต คือมีเฉลียงทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ทาสีเขียวอ่อนและเขียวแก่สลับกันทั้งองค์พระที่นั่ง ภายในตกแต่งแบบยุโรปด้วยเครื่องเรือยแบบฝรั่งเศสสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ ๓ เป็นชุดเดียวเข้ากันหมดทั้งพระที่นั่ง เป็นที่ประทับที่ ร.๕โปรดปรานมากที่สุด ได้เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับบางคราวถึง ๓ ครั้งต่อปีแต่เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๑ ขณะที่มีการดำเนินการซ่อมทาสีพระที่ัน่งได้เกิดเหตุไฟไหม้พระที่นั่งหมดสิ้นมั้งองค์เหลือแต่หอน้ำลักษณะคล้ายหอรบของยุโรปเท่านั้น

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ขอพระราชทานบรมราชารุญาต สร้างพระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียรขึ้นใหม่

(ส่วนตัว.....ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก)

รูปปั้นตั้งอยู่แถวๆหลังพระที่นั่ง นั่งดีดอะไรซักอย่าง แต่ยิ้มเหมือนเล่นเจร็อค....

ด้านประตูทางเข้า...นั่งวาดกันด้านหน้าพระที่นั่งนี้แหละ...

ต่อมาคือรูปของบุปผาประพาส....เป็นเรือนไม้สีชมพู ไม่มีประวัติความเป็นมาบอกแฮะ

ด้านหลังเรือนนี้มีเรือนแพกลางน้ำด้วย

รูปปั้นอะไรซักอย่าง ตั้งอยู่ข้างๆเรือนบุปผาประพาส

ต่อเลยดีกว่า

หอวิฑูรทัศนา

เป็นหอสูงยอดมน ตั้งอยู่กลางเกาะในพระราชอุทยาน ระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๒๔ เพื่อใช้เป็นหอส่องกล้องชมภูมิประเทศและดูดาว

แถวๆนั้นดอกไม้สวยมากมาย

อ๊ะ....นั่นตำหนักอะไร...

พระที่นั่งเวหาศจำรูญ

เป็นพระที่นั่งสองชั้นสร้างแบบศิลปะจีนอย่างงดงาม โดยกลุ่มพ่อค้าชาวจีนในไทยสร้างน้อมเกล้าฯ ถวาย ร.๕ ในปี พ.ศ.๒๔๓๒ พระที่นั่งองค์นี้มีนามตามภาษาจีนว่า "เทียนเหมงเต้ย" (เทียน - เวหา / เหมง - จำรูญ / เต้ย - พระที่นั่ง)

ภายในห้องห้องกลางชั้นบนของพระที่นั่ง เป็นที่ประดิษฐานพระที่นั่งเก๋ง ๓ องค์ติดต่อกัน ทำดว้ยไม้แกะสลักลวดลายต่างๆ ลงรักปิดทอง ช่องตะวันตกประดิษฐานพระป้ายจารึก (อักษรจีน) พระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระนามาภิไธย กรมสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ ซึ่ง ร.๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๓ ช่องกลางเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และช่องตะวันออกประดิษฐานพระป้ายจารึก (อักษรจีน) พระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนามาภิไธยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บำเพ็ญพระราชกุศลสังเวยพระป้ายในวันตรุษจีนทุกปี

ด้านหน้ามีต้นไม้ใหญ่มาก ไม่ทราบว่าต้นอะไร แต่มองไกลๆเหมือนบอนไซเลย

ด้านข้างมีบ้านเล็กๆ 2 หลัง แบบศิลปะจีน น่าอยู่มาก

มาชมภาพบรรยากาศรอบดีกว่า

เป็นศาลาอะไรซักอย่าง มีรูตรงกลาง มีดอกไม้สีม่วงออกกำลังผลิบาน สวยมาก โรแมนติกสุดๆ

หมดแล้ว...จริงๆยังมีสถานที่อีกที่คือพระตำหนักฝ่ายในกับอนุสาวรีย์อีก ๒ แห่ง แต่ไม่ไ่ด้ถ่ายมา....

ลงแต่ข้อมูลไว้ก็แล้วกัน

พระตำหนักฝ่ายใน

ในหมู่พระตำหนักฝ่ายใน เป็นอาคารแบบตะวันตกมีทั้งชั้นเดียวและสองชั้นเรียงรายกันอยู่ แต่ปัจจุบันเหลืออยู่ไม่กี่องค์

อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์

ในปี พ.ศ. ๒๔๒๓ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เสด็จทิวงคตเนื่องจากเรือพระประีเทียบเกิดอุบัติเหตุล่มลงในแม่น้ำเจ้าพระยา ณ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในขณะที่กำลังเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระราชวังบางปะอิน ร.๕ ท่านทรงโศกเศร้าเสียพระทัยเป็นยิ่งนัก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างอนุสาวรีย์หินอ่อนขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกด้วยความอาลัย พร้อมทั้งจารึกคำไว้อาลัยที่ทรงพระราชนิพนธ์ด้วยพระองค์เองไว้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์

ในปี พ.ศ.๒๔๓๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสณ้าโศกเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่งอีกครั้งหนึ่ง ด้วยทรงสูญเสียพระอัตรชายาเธอฯและพระราชโอรส พระราชธิดา ๓ พระองค์ ในปีเดียวกัน คือสมเด็จเจ้าฟ้าสิริราชกกุธภัณฑ์เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๔๓๐ พระอัตรชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๔๓๐ สมเด็จเจ้าฟ้าพาหุรัตมณีมัย เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๔๓๐ และสมเด็จเจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรงเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๔๓๐ ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๔๓๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ที่ระลึกด้วยหินอ่อนแกะสลักพระรูปเหมือนไว้ใกล้กับอนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี

 

หมดแหล่ว... ไปครั้งนี้สนุกมาก วิวสวยมาก เพราะโดยส่วนตัวชอบสถาปัตยกรรมแนวๆนี้อยู่แล้ว...

แอบเสียดายอีก 3 ที่ที่ไม่ได้ไป บางพระที่นั่งก็ไม่ไ่ด้เข้าไป...

เดินพระราชวังบางปะอินเหมือนอยู่ในปารีสเลย ฮา (แต่อากาศไม่ใช่อย่างแรง)

แล้วเอนทรี่คงเป็นเอนทรี่แรกที่เขียนเยอะมาก

เพราะข้อมูลก็ลอกมาจากโบชัวร์นั่นล่ะ.....เอาไว้เผื่อใครยังไม่ได้ไปจะได้เอาไว้ศึกษา

ทริปนี้สุดยอด....

-------------------------

ขอขอบคุณ...พระราชวังบางปะอิน

มือถือ sony w810i ที่แบตหมดตอนถ่ายรุปเสร็จพอดี

วิชาดรออิ้งที่ให้ได้ไปแรดที่นี่

ตัวเอง.....จบ

 

ก่อนจาก นี่ข้อมูลของพระราชวังบางปะอินนะ...

เปิดเวลา ๘.๐๐ - ๑๕.๓๐ น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ 

โปรดแต่งกายสุภาพนะจ๊ะ นี่เขตพระราชฐาน

สถานที่ตั้ง - อำเภอบางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา

โทร. (๐๓๕)๒๖๑-๕๔๘ / (๐๓๕)๒๖๑-๐๔๔

แฟ็กซ์ (๐๓๕)๒๖๑-๙๖๘

 

ขอบคุณคร้าบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

สวยมากครับ แหล่งสูบข้อมูล ของผมเลยครับ

#6 By Teddy3eaR (58.8.176.66) on 2009-06-18 13:37

ให้ดาวกับความพยายามในการพิมพ์ Hot!
มีฮาเกนดาสด้วย แปลกดีแฮะ sad smile

#5 By Aklare on 2009-02-06 00:30

สวย~
เคยไปแล้ว แต่อยากไปอีกรอบ เป็นที่ๆถ่ายรูปได้มันมาก confused smile

#4 By [ Farine ] on 2009-02-06 00:16

งาม
แกมีความพยายามในการพิมพ์ประวัติกับรายละเอียดจากโบชัวร์มาก

#3 By bigii on 2009-02-05 13:54

ยาวมาก

ภาพสวย
ชอบวังนี้จัง ดูร่วมสมัยดี big smile

#2 By 【 Shin_kt 】 on 2009-02-05 11:11

ตึกเหลือง เหมือนเคยเห็นในละคร ตึกเดียวกันไหม

#1 By chockcolate_am on 2009-02-05 03:34

Namine' View my profile

Categories